วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประโยชน์ของวิตามินC

วิตามินซี สามารถเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้
     เราพบว่า วิตามินซี มีคุณสมบัติในการทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นวิตามินซี ยังช่วยลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกาย หรือฮิสตามีน ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกายนี้จะถูกกระตุ้นให้มีปริมาณสูงขึ้น เมื่อร่างกายได้รับสารหรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่ถ้าร่างกายมี วิตามินซี เพียงพอ ก็จะสามารถบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส จากคุณสมบัติการเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ

วิตามินซี ช่วยบำรุงผิวได้
     สำหรับการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีผิวพรรณที่สมบูรณ์ การรับประทานผักสดและผลไม้สด ทำให้ผิวสวย เหงือกและฟันแข็งแรง นั่นเพราะวิตามินซี ในผักและผลไม้ จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารมากก็จะทำงานดีขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี และเรียบเนียน รวมทั้งวิตามินซี ยังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ทำให้ผิวแน่น และยืดหยุ่นดีขึ้น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร วิตามินซี ยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงและต่อต้านการอักเสบ ทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น

คนที่สูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้คนสูบบุหรี่ ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนอื่น
     มีการวิจัยพบว่า เด็กที่ผู้ปกครองสูบบุหรี่ จะมีปริมาณวิตามินซี ในร่างกายลดลงครึ่งหนึ่ง ของเด็กที่ผู้ปกครองไม่สูบบุหรี่ ดังนั้นคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคนสูบบุหรี่หรือสูบบุหรี่เอง ควรรับประทานวิตามินซี เสริม โดยวิตามินซี สามารถช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ของคนที่สูบบุหรี่ที่มีระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี ให้มีสุขภาพดีได้อย่างรวดเร็ว โดยพบว่า การเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือด จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อรับประทานวิตามินซี ในขนาด 2,000 มิลลิกรัม

รับประทานวิตามินซี ทุกวัน ไม่เป็นต้อกระจก
     มีการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานวิตามินซี มาอย่างน้อย 10 ปี จะมีโอกาสที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึง 77% ซึ่งยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง


ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน
     สำหรับความต้องการที่ควรจะได้รับวิตามินซี ในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย เช่น

- ผู้ที่มีอาการเป็นหวัด เป็นโรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
- ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ มีความเครียดในร่างกาย ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
- ผู้ที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพ ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม

 

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประโยชน์ของผักใบเขียว

ผักใบเขียวอุดมอาหารสมอง กินมากช่วยปกป้องความจำ
เอเจนซี – กินผักมาก โดยเฉพาะผักใบเขียวที่อุดมด้วยวิตามินอี ช่วยให้อายุสมองอ่อนเยาว์ลง ชะลอปัญหาความจำเสื่อมในคนแก่
การกินผักใบเขียวมากๆ ดีต่อสมองผู้สูงวัย ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม
การศึกษาผู้สูงวัยทั้งชาย-หญิงจำนวนเกือบ 4,000 คนในชิคาโกนาน 6 ปี พบว่าผู้ที่กินผักวันละมากกว่า 2 มื้อ มีอายุสมองอ่อนเยาว์ลงถึง 5 ปี ขณะที่อัตราการเปลี่ยนแปลงของความจำช้าลง 40%
     ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า ดูจะเป็นผักที่ให้คุณค่าในด้านนี้มากที่สุด นักวิจัยอธิบายว่า อาจเป็นเพราะผักใบเขียวอุดมด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ต่อสู้กับสารเคมีที่ร่างกายผลิตขึ้นมาทำลายเซลล์
ปกติแล้วผักมีวิตามินอีมากกว่าผลไม้ ซึ่งในการศึกษานี้ไม่พบว่า มีอิทธิพลต่อความจำของอาสาสมัครแต่อย่างใด นอกจากนั้น บ่อยครั้งที่มีการกินผักร่วมกับไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น น้ำสลัด ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินอีและสารต่อต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น
มาร์ทา แคลร์ มอร์ริส นักวิจัยของสถาบันรัชเพื่อสุขอนามัยผู้สูงวัยในศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยรัชในชิคาโก สหรัฐฯ เสริมว่า ไขมันดังกล่าวช่วยรักษาระดับคลอเรสเตอรอล และป้องกันไม่ให้หลอดเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อสุขภาพสมอง
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสารนิวโรโลจีฉบับสัปดาห์นี้ และได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันผู้สูงวัยแห่งชาติ จัดทำโดยการขอให้อาสาสมัครอายุ 65 ปีเป็นอย่างต่ำ จำนวน 3,718 คน ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน โดยปริมาณผักแต่ละมื้อเท่ากับครึ่งถ้วยสำหรับผักหั่นแล้ว และ 1 ถ้วยสำหรับผักดิบ
อาสาสมัครเหล่านี้ยังต้องรับการทดสอบความจำ 3 ครั้ง ประกอบด้วยการทดสอบความจำระยะสั้นและความจำระยะยาว ด้วยการขอให้นึกถึงเรื่องที่เพิ่งเล่าให้ฟังไป นอกจากนั้น อาสาสมัครยังต้องเล่นเกมสัญลักษณ์และเกมตัวเลข
โดยรวมแล้วอาสาสมัครทำคะแนนได้ไม่ดีนัก ยกเว้นผู้ที่กินผักวันละมากกว่าสองมื้อที่พบว่า มีอัตราเสื่อมของสมองน้อยกว่าผู้ที่กินผักน้อยกว่าหรือไม่กินเลย และมีคะแนนเทียบเท่าคะแนนที่คาดว่าคนอายุน้อยกว่านั้น 5 ปีน่าจะทำได้
ผลการศึกษายังพบว่า คนที่กินผักมากสามารถเดินเหินหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้คล่องแคล่วว่องไวกว่า
อย่างไรก็ดี การศึกษานี้มุ่งเฉพาะประเด็นความเสื่อมของสมอง แต่ไม่ได้ดูว่ามีอาสาสมัครคนใดเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประโยชน์ของวิตามิน A

วิตามินเอ มีส่วนประกอบสำคัญของคอร์เนีย และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง
ค้นพบโดย ดร. อี.วี. แมคคอลลัม (E.V. McCollum) นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา
วิตามินเอ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
  1. อยู่ในรูปแบบวิตามินอยู่แล้ว (Proformed Vitamin A)หรือเรียกว่า Retinol ซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์ เช่น น้ำมันตับปลา
  2. กำลังจะเป็นวิตามินเอ (Provitamin A) หรือเรียกว่า Carotene เป็นสารที่เมื่อเข้าสู่รางกายจึงได้รับการเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ พบมาในผักสีต่างๆ เช่น แครอท ผักโขม

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกความดี ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2555

1. เก็บที่นอน
2.ตักบาตร
3.สวัสดีคุณพ่อคุณแม่
4.สวัสดีคุณครู
5.มาโรงเรียนตรงเวลา